วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ศักดิ์สิริ มีสมสืบผู้แต่งเรื่องมือนั้นสีขาว

ประวัติ
ศักดิ์สิริ มีสมสืบ หรือชื่อจริงคือ กิตติศักดิ์ มีสมสืบ (เกิดวันศุกร์ 23 สิงหาคม 2500 ที่ ชัยนาท) นักเขียนได้รับรางวัลซีไรต์ ในปี 2535 จากเรื่อง มือนั้นสีขาว
ใช้ชีวิตในวัยเด็ก เรียนชั้นประถม มัธยมตอนต้นที่อำภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ 2515-2520 ศึกษาศิลปะที่ โรงเรียนเพาะช่าง (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์) จนจบชั้นประโยควิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิชาเอกจิตรกรรมสากล ระหว่าง 2516-2520 ได้ศึกษาศิลปะวรรณกรรมและปรัชญาจาก จ่าง แซ่ตั้ง และกวีคนสำคัญของประเทศ
2521 เข้ารับราชการครูสังกัดกรมสามัญศึกษา 2524 จบคุรุศาสตร์บัณฑิต เอกศิลป-ศึกษา จาก วิทยาลัยครูพระนคร ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ ณ กระท่อมเดี่ยวก้อยริมแม่น้ำยม อำเภอชุมแสง นครสวรรค์ เขียนหนังสือ เขียนรูป แต่งเพลง นอนเปล และกวาดใบไม้

[แก้] ผลงานที่ตีพิมพ์แล้ว

  1. 2526 : ตุ๊กตารอยทราย (บทกวี)
  2. 2528 : คนสอยดาว (บทกวี)
  3. 2531 : มือนั้นสีขาว (บทกวี) ได้รับ รางวัลซีไรต์ ในปี 2535
  4. 2535 : เกี่ยวก้อย (ผลงานเพลง)
  5. 2538 : ทัศนียภาพที่เปลี่ยนไป (แสดงจิตรกรรม ที่บางกอกแกลลอรี่)
  6. 2538 : ตะตั้งเทิ้งตั้ง (รวมเรื่องสั้น)
  7. 2541 : ก็พอใจอยากจะรักให้หนักหนา (บทกวี)
  8. 2548 : สมควรแก่เวลา (รวมเรื่องสั้น)

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

มาลา คำจันทร์ ผู้แต่งเรื่องเจ้าจันทร์ผมหอม


ประวัตินักเขียน ชื่อ : มาลา คำจันทร์
ประวัติย่อย :มาลา คำจันทร์ เป็นนามปากกาของ เจริญ มาลาโรจน์ นักเขียนรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์)จากเรื่อง เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน เกิด 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ที่ ต.เมืองพาน อ.พาน อ.เชียงราย จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเชียงใหม่ และรับราชการเป็นครู 11 ปี และได้จบปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และปริญญาโท วิชาจารึกภาษาไทย คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยเป็นอาจารย์ภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยได้รับเลือกให้เป็นประธานชมรมวรรณศิลป์ ของโรงเรียนศิริมาตย์ฯ ในขณะที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลงานเขียนชิ้นแรกที่เขียนยาวคือ นิราศผาโขง งานชิ้นนี้เขียนกลอนแปดไม่ได้รับการเผยแพร่
ผลงานรวมเล่ม
1.       ทางที่ต้องเดิน (รวมเรื่องสั้น) 2523
2.       หมู่บ้านอาบจันทร์ 2523
3.       เด็กบ้านดอย 2524
4.       ไอ้ค่อม 2525
5.       ลูกป่า 2525
6.       นกแอ่นฟ้า 2526
7.       วิถีคนกล้า 2527
8.       บ้านไร่ชายดง 2528
9.       ลมเหนือและป่าหนาว (รวมเรื่องสั้น) 2529
10.    ท้าสู้บนภูสูง (เรื่องแปล) 2531
11.    เขี้ยวเสือไฟ 2531
13.    เจ้าจันท์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน เขียนจากจินตนาการของผู้เขียนเอง โดยไม่ใช่นำมาจากนิทานพื้นบ้านแต่อย่างใด ผู้เขียนบอกในคำนำว่าอยากลองเขียนถึงผู้หญิงในประวัติศาสตร์ ว่าจะมีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร เพราะบันทึกประวัติศาสตร์ไม่ได้บอกสิ่งเหล่านี้เอาไว้ หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ปี 2534
14.    สิงหะนาคะ 2534
15.    เหรียญเวทมนตร์ 2534
16.    แพะขาวแพะดำ (นิทานสำหรับเด็ก) 2534
17.    แมวน้อยตกปลา (นิทานสำหรับเด็ก) 2534
18.    ฟ้ากว้างเท่าปากบ่อ (นิทานสำหรับเด็ก) 2534
19.    ดงคนดิบ 2535
20.    ไฟพรางเทียน (รวมเรื่องสั้น) 2535
21.    ตำนานบรพพชน(เรื่องเล่าจากตำนาน) 2537
22.    เรื่องเล่าจากดงลึก (เรื่องราวจากคำบอกเล่า) 2538
23.    เมืองลับแล 2539
24.    ใต้หล้าฟ้าหลั่ง 2540
25.    ดาบอุปราช 2541
26.    สร้อยสุคันธา 2543

ปัจจุบัน : เป็นนักเขียนอิสระ แต่งงานเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 กับนางสาวณัฐยาภรณ์ ไชยหล้า หรือ "กระถิน" ปัจจุบันมีลูก 2 คน คือ เด็กชาย รักพล มาลาโรจน์ และเด็กหญิง ภิรภรณ์ มาลาโรจน์



ประวัตินักเขียน ชื่อ : อัญชัน
ประวัติย่อ
เป็นนามปากกาของอัญชลี วิวัธนชัย เกิดเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2495 ในครอบครัวของชาวธนบุรี ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนราชินี และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สำเร็จอักษรศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2516
ปี 2527 เรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ "แม่ครับ" ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ลลนา และได้รับคัดเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2527 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
ปี  2528 หนังสือรวมเรื่องสั้นชุดแรกคือ "อัญมณีแห่งชีวิต" ได้รับรางวัลสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยน
ปี 2530  หนังสือสารคดีบันเทิงชุด "นิวยอร์ค นิวยอร์ค" ลงพิมพ์ในนิตยสาร ลลนา และได้รับการพิมพ์รวมเล่ม
ปี 2531 เรื่องสั้น หม้อที่ขูดไม่ออก ได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2531 ของนิตยสารลลนา
ปี 2533 หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มแรก อัญมณีแห่งชีวิต ตีพิมพ์และได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2533
ปี 2534 เรื่องสั้น ไม้เป็นดิน หินเป็นทราย ตีพิมพ์ลงในนิตยสารสกุลไทย ได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นชมเชยประจำปี 2534 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
ปี 2537 เรื่องสั้น สิ่งมีชิวิต ได้ประดับช่อการะเกด ในนิตยสารช่อการะเกดฉบับโรคานุวัตร
ปี 2538 หนังสือรวมบทกวี ลายสือ ได้รับเลือกเข้ารอบสองเล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์กับหนังสือกวีนิพนธ์ ม้าก้านกล้วย ปี 2538
ปี 2539 หนังสือรวมเรื่องสั้น ผู้แลเห็นลม ได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2538 
ปี 2540 เสนอคำบรรยายในหัวข้อ Asian Literature in Modern World : The Response To Modernity ร่วมกับนักเขียนอาเซียนในการชุมนุมสัมนานักเขียนอาเซียน ณ กรุงวอชิงตันดีซี บทวิจารณ์ อันเป็นเรื่องสั้น ลงพิมพ์ในนิตยสารช่อการะเกด ในชื่อ อัญชลี วิวัธนชัย ได้รับคัดเลือกร่วมกับบทวิจารณ์ดีเด่นอื่นๆ ของนัวิจารณ์ไทย ตีพิมพ์ในหนังสือ พลังการวิจารณ์วรรณศิลป์ : บทวิเคราะห์และสรรนิพนธ์สาขาวรรณศิลป์ จากโครงการวิจารณ์ในฐานะพลังทางปัญญาของสังคมร่วมสมัย ตีพิมพ์ พ.ศ. 2547
ปี 2542  หนังสือรวมเรื่องสั้นชุด มือที่มองไม่เห็น ได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2542
ปี 2545  หนังสือรวมเรื่องสั้น อ่านโลกกว้าง ได้รับคัดเลือกเข้าสามเล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2545
ปี 2545  นิยายขนาดสั้น มุมปากโลก ลงพิมพ์ในนิตยสารลิปส์ จัดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ. 2546  โดยสำนักพิมพ์กายมารุต
ปี 2545  นิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับปัญหาเพศที่สามขอผู้หญิงเรื่องนางเอก ลงพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ จัดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก  พ.ศ. 2574 โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และได้รับรางวัลชมเชยประเภทนิยายประจำปี 2547 จากกะทรวงศึกษาธิการในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ปี 2546  เรื่องสั้น ลี่เป่าและโฉโจ : สามก๊กฉบับทุนนิยม ลงพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ และได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2546 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
ปี 2548  หนังสือรวมเรื่องสั้น ณ ที่แห่งนั้น จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
ปี 2548  เรื่องสั้น ลูกแก้วสีเทา ลงพิมพ์ในหนังสือรวมเรื่องสั้น บ้านร่วมกับนักเขียนหญิงร่วมสมัย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ทางเลือก

นามปากกา
-          อัญชัน

งานเขียนครั้งแรก
-          เรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ "แม่ครับ" ลงตีพิมพ์ในนิตยสาร ลลนา ในปี 2528

ผลงานรวมเล่ม
-          แม่ครับ
-          อัญมณีแห่งชีวิต
-          นิวยอร์ค นิวยอร์ค
-          หม้อที่ขูดไม่ออก
-          ไม้เป็นดิน หินเป็นทราย
-          สิ่งมีชิวิต
-          ลายสือ
-          ผู้แลเห็นลม
-          มือที่มองไม่เห็น
-          อ่านโลกกว้าง
-          มุมปากโลก
-          ลี่เป่าและโฉโจ : สามก๊กฉบับทุนนิยม
-          ณ ที่แห่งนั้น
-          ลูกแก้วสีเทา

งานที่ได้รับรางวัล
-          ปี 2527 เรื่องสั้นชื่อ "แม่ครับ" ได้รับคัดเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2527 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
-          ปี  2528 หนังสือรวมเรื่องสั้นชุดแรกคือ "อัญมณีแห่งชีวิต" ได้รับรางวัลสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซี่ยน
-          ปี 2531 เรื่องสั้น หม้อที่ขูดไม่ออก ได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2531 ของนิตยสารลลนา
-          ปี 2533 หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มแรก อัญมณีแห่งชีวิต ตีพิมพ์และได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2533
-          ปี 2534 เรื่องสั้น ไม้เป็นดิน หินเป็นทราย ตีพิมพ์ลงในนิตยสารสกุลไทย ได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นชมเชยประจำปี 2534 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย
-          ปี 2538 หนังสือรวมบทกวี ลายสือ ได้รับเลือกเข้ารอบสองเล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์กับหนังสือกวีนิพนธ์ ม้าก้านกล้วย ปี 2538
-          ปี 2539 หนังสือรวมเรื่องสั้น ผู้แลเห็นลม ได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2538
-          ปี 2542  หนังสือรวมเรื่องสั้นชุด มือที่มองไม่เห็น ได้รับเลือกเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2542
-          ปี 2545  หนังสือรวมเรื่องสั้น อ่านโลกกว้าง ได้รับคัดเลือกเข้าสามเล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2545
-          ปี 2545  นิยายขนาดสั้นเกี่ยวกับปัญหาเพศที่สามขอผู้หญิงเรื่องนางเอก ได้รับรางวัลชมเชยประเภทนิยายประจำปี 2547 จากกะทรวงศึกษาธิการในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
-          ปี 2546  เรื่องสั้น ลี่เป่าและโฉโจ : สามก๊กฉบับทุนนิยม ได้รับเลือกเป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี 2546 จากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย 
ปัจจุบัน
ปัจจุบันพำนักอยู่กับครอบครัวในรัฐนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา

จิระนันท์ พิตรปรีชา ผู้แต่งเรื่องใบไม้ที่หายไป






ประวัตินักเขียน ชื่อ : จิระนันท์ พิตรปรีชา
ประวัติย่อ 
จิระนันท์ พิตรปรีชา หรือ ชื่อเล่น "จิ๊ด"  เกิด เมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ 2498 ที่ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นบุตรสาวคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 3 คน บิดาชื่อ นิรันดร์ มารดาชื่อจิระ เคยเป็นครูแล้วลาออกมาเปิดร้านขาย เครื่องเขียน แบบเรียน และหนังสือ เป็นลูกสาวเจ้าของร้านหนังสือที่โตมากับกองหนังสือ ภายในร้าน "สิริบรรณ" เริ่มเขียนกลอนในช่วงที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนประจำจังหวัด และประสบความสำเร็จเบื้องต้นในระดับกลอนประกวดเรื่อยมา จนกระทั่งจบจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สอบเข้าเรียนต่อในคณะวิทยาศาสตร์ แผนกเตรียมเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2515 ถูกเลือกเป็นดาวจุฬา ทำงานอยู่กับกิจกรรมชมรมต่างๆ อยู่พักหนึ่ง ก็เกิดสงสัยในคุณค่าของระบบการศึกษาและสังคมมหาวิทยาลัย จึงผันแปรเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองแบบกลุ่มอิสระที่เริ่มก่อตัวขึ้นในยุคนั้น

ปัจจุบัน - กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐอเมริกา หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บทบาทและชื่อเสียงของจิระนันท์เป็นที่รับรู้ทั่วไป งานเขียนในรูปของบทกวีบางชิ้นกลายเป็นหนึ่งในบรรดาวรรคทองของยุคประชาธิปไตย แต่สภาพ-การณ์ทางการเมืองที่เริ่มพลิกกลับในปีถัดมา มีส่วนผลักดันให้จิระนันท์ตัดสินใจ "เข้าป่าจับอาวุธ" พร้อม เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และผลิตงานฉันทลักษณ์ออกมาภายใต้นามประพันธ์ "บินหลา นาตรัง" หกปีในป่าเขา เพียงพอสำหรับการรับรู้จำแนกแยกแยะ ระหว่างความถูกต้องและผิดพลั้ง   ประสบการณ์ป่าเขาเป็นประสบการณ์ที่ไม่ลืมเลือน เมื่อการปฎิบัติงานในป่าเขาไม่ใช่คำตอบ จึงกลับคืนสู่เมือง
จิระนันท์ยังคงเขียนงานอย่างต่อเนื่องนอกจากบทกวีแล้ว ยังมีงานสารคดี และแปลบทภาพยนตร์ 
         
เมื่อการต่อสู้ภายในขบวนปฏิวัติแหลมคมรุนแรงยิ่งกว่าการต่อสู้ใดๆ ที่ผ่านมา และถึงเวลาคืนเมืองในสภาพ กรวดเม็ดร้าวปี พ.ศ. ๒๕๓๒ บทกวีชุด "เกิดในกองทัพ" ของจิระนันท์ พิตรปรีชา เอกสารโรเนียวทำมือได้รับการจัดพิมพ์ออกมาในนาม "ใบไม้ที่หายไป" ซึ่งต่อมา จิระนันท์ พิตรปรีชา นั่งลง "บันทึกแรมทางของชีวิต" ในความหมายที่เป็น "อีกหนึ่งฟางฝัน" ลงพิมพ์ต่อเนื่องในนิตยสารแพรว จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ "อีกหนึ่งฟางฝัน บันทึกแรมทางของชีวิต" คือผลงานเขียนเล่มสำคัญที่เพาะบ่มมากว่า ๑๐ ปี ของจิระนันท์ พิตรปรีชา เจ้าของบทกวีรางวัลซีไรต์อันโด่งดัง เข้มข้นด้วยแง่มุมชีวิตของจิระนันท์ ทั้งในบทบาทนักต่อสู้ทางอุดมการณ์ในยุค ๑๔ ตุลา นักคิด นักเขียน ภรรยา และแม่ ในลีลาการเล่าเรื่องอันชวนติดตาม นอกจากจะเขียนบทกวีอย่างสม่ำเสมอแล้ว ยังเขียนบทความ สารคดี แปลบทภาพยนตร์ อย่างต่อเนื่องด้วย ปัจจุบันเป็นนักเขียน และผู้จัดทำบทบรรยายภาพยนตร์

ชีวิตครอบครัว สมรสกับ เสกสรรค์ ประเสริฐกุลหรือสหายไท อดีตผู้นำนักศึกษาที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกัน มีบุตรชาย 2 คน ชื่อ แทนไท และ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

นามปากกา
          - จิระนันท์ พิตรปรีชา
- บินหลา นาตรัง
          
ผลงานรวมเล่ม
- เดอะซีเคร็ต (The Secret)
-แปลบทกวีของ คิม ซีฮาร์
-เรื่องแปล โจรร้ายทั้งห้า ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น
-บทบรรยายภาพยนตร์ต่างประเทศ จำนวนมาก
-งานเรียบเรียง ลูกผู้ชายชื่อ นายหลุยส์
-สารคดี โลกที่สี่ อีกหนึ่งฟางฝัน
-รวมบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ หม้อแกงลิงชะโงกดูเรา
-อีกหนึ่งฟางฝัน...บทบันทึกแรมทาง จาก จิระนันท์ พิตรปรีชา
งานที่ได้รับรางวัล  
-พ.ศ. 2532 ได้นำบทกวีมารวมเล่ม ชื่อ ใบไม้ที่หายไป ซึ่งได้รับรางวัลซีไรท์ ประเภทกวีนิพนธ์ เมื่อ ปี 2532
          - ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์แห่งอาเซียน หรือรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2538
ปัจจุบัน
         ปัจจุบัน ทำงานประจำให้กับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ในตำแหน่ง ที่ปรึกษาและ หัวหน้ากลุ่มงานกิจกรรมและเครือข่าย

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

นิคม รายยวา แต่งเรื่องตลิ่งสูง ซุงหนัก

ประวัตินักเขียน ชื่อ : นิคม รายยวา
ประวัติย่อ
          เกิดวันที่ 9 เมษายน ปี พ.ศ.2487 ที่ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย เดิมชื่อนิคม แระกอบวงศ์  ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น รายยวา    เริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนเมืองเชลียง จังหวัดสุโขทัย  และสำเร็จปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
           
เริ่มต้นชีวิตการทำงานกับ บริษัทธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันปิโตรเลียม อยู่ในกรุงเทพฯ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไป ทำงานอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ที่จังหวัดกระบี่  ระยะหลังสนใจการเกษตรแบบคนต่างเมือง ลงมือทำสวนโกโก้โดยเซาะป่าเป็นร่อง ใช้แนวไม้เป็นร่มบังไพร โกโก้เสียหายหมดทั้ง 50,000 ต้น  ยังเคยทำเกษตรกรสวนยางพาราที่ภาคใต้และกลับไปทำสวนที่บ้านจังหวัดสุโขทัย  โดยสร้างผลงานประพันธ์เป็นงานอดิเรก
           
ตอนที่เรียนธรรมศาสตร์ เขาอยู่ในกลุ่ม "พระจันทร์เสี้ยว" ร่วมกับเพื่อนๆหลายคนที่มีบทบาทในวงการวรรณกรรมไทย เช่น วิทยากร เชียงกูล สุชาติ สวัสดิ์ศรี วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ วินัย อุกฤษณ์ เธียรชัย ลาภานันท์ ฯลฯ เริ่มเขียนเรื่องสั้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2510-2516  แต่ทุกเรื่องได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้อ่านและนักวิจารณ์ 
           
พ.ศ. 2527 ได้นำเรื่องสั้นที่ได้เคยตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ  ได้รับการรวมพิมพ์เป็นเล่มชื่อ คนบนต้นไม้   นวนิยายเรื่องที่สอง ตลิ่งสูงซุงหนัก ได้รับรางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติและต่อมาได้รับรางวัลซีไรต์ หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ประจำปี 2531 และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ High Banks, Heavy Log  โดย Richard C. Lair  สำนักพิมพ์เพนกวินจัดพิมพ์
           
ได้เขียนหนังสือผจญภัยสำรับเด็กชุดค้นพบตัวเองออกมา 5 เล่ม และยังสนใจจะเขียนนวนิยายเรื่องใหม่อยู่ตลอดเวลา

ปัจจุบันสมรสกับนางกันยารัตน์ (คีรี) รายยวา  มีบุตรชายและบุตรหญิงรวม 2 คน ชื่อ รวี รายยวาและรูป รายยวา
 
นามปากกา
          นิคม กอบวงศ์ , นิคม รายยวา

งานเขียนครั้งแรก
-          เรื่อง ตะกวดกับคบผุ (2526) นวนิยาย ในนามปากกา นิคม รายยวา

ผลงานรวมเล่ม
   นวนิยาย
-          เรื่อง ตะกวดกับคบผุ ได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ในนามปากกา นิคม รายยวา
-          เรื่อง ตลิ่งสูง ซุงหนัก (2527) นวนิยาย ได้รับรางวัลซีไรต์ในปี 2531
-          เรื่อง ขออย่ารู้เลย ลงพิมพ์ใน วิทยาสารปริทัศน์ ได้รับรางวัลที่สองของบริษัทลองแมน  ไทยวัฒนาพานิช
-          เรื่อง บ่ายแห่งหมอกควัน ลงพิมพ์ในวารสารแลใต้
   รวมเรื่องสั้น
-          เรื่อง  คนบนต้นไม้ (2527) รวมเรื่องสั้น (หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน) ใช้นามปากกา นิคม กอบวงศ์  ลงพิมพ์ในหนังสือตะวัน
   หนังสือเด็ก
-          เรื่อง ของฝากแม่
-          เรื่อง สิ่งที่สวยงาม
-          เรื่อง ปูเสฉวนในเปลือกหอยตีนช้าง
-          เรื่อง เกาะโน
-          เรื่อง เราจะปลูกกันใหม่

งานที่ได้รับรางวัล
-          พ.ศ. 2513 เรื่องสั้นชื่อ "ขออย่ารู้เลย" ได้รับรางวัลที่สองจากบริษัทลองแมน
-          พ.ศ. 2526 นวนิยายเรื่อง ตะกวดกับคบผุ ได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ในนามปากกา นิคม รายยวา
-          พ.ศ. 2527 นวนิยายเรื่อง ตลิ่งสูงซุงหนัก ได้รับรางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
-          พ.ศ. 2531 ได้รับรางวัลซีไรต์จากนวนิยายเรื่อง "ตลิ่งสูงซุงหนัก" และได้รับการ แปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ "High Banks, Heavy Log" โดย Richard C. Lair สำนักพิมพ์เพนกวินจัดจำหน่าย

ปัจจุบัน
          - ปัจจุบันหันมาเรียนรู้จากเกษตรกรในท้องถิ่นดั้งเดิม เพื่อทำสวนยางพารา

กฤษณา อโศกสิน ผู้แต่งเรื่องปูนปิดทอง

กฤษณา อโศกสิน

สุกัญญา ชลศึกษ์
กฤษณา อโศกสิน.jpg
นามปากกา:กฤษณา อโศกสิน
กัญญ์ชลา
เกิด:27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 (79 ปี)
ตำบลสำราญราษฎร์ กรุงเทพ
อาชีพ:นักเขียน
บิดา:กระมล ชลศึกษ์
มารดา:ทองโปร่ง ชลศึกษ์
คู่สมรส:ประพันธ์ ญาณารณพ (2502 - 2512)
สมพร ภูริพงษ์ ( - พ.ศ. 2527)
กฤษณา อโศกสิน นามปากกาที่แพร่หลายมากที่สุดของ สุกัญญา ชลศึกษ์ นักประพันธ์สตรีที่นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในด้านการประพันธ์นวนิยาย จนสามารถเรียกได้ว่าเธอคือ ราชินีนักเขียนนวนิยาย ก็คงจะไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนท่านหนึ่งที่พัฒนางานเขียนของตนเองอยู่ตลอดเวลา เนื้อหาของผลงานจะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม จากจุดเริ่มต้นของงานเขียนในแนวรักใคร่ พัฒนามาสู่การหยิบยกปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมาเขียนมากขึ้น จวบจนระยะเวลากว่า 50 ปีแล้วที่เธอได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงก้าวตามความฝันต่อไปอย่างไม่ยอมหยุดยั้ง…จนมีผู้กล่าวไว้ว่าเส้นทางฝันของ กฤษณา อโศกสิน เพียงแค่จุดที่ยืนอยู่ในปัจจุบัน นักเขียนน้อยคนนักก็ยากที่จะก้าวมาถึงได้…
สุกัญญา ชลศึกษ์ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนราชินี เริ่มต้นการประพันธ์ด้วยวัยเพียง 15 ปี เธอมุ่งมั่นจะเป็นนักเขียน มีผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรก 'ของขวัญปีใหม่' ลงในหนังสือ 'ไทยใหม่วันจันทร์' ในนามปากกาว่า 'กัญญ์ชลา' ประมาณปี 2489 หลังจากจบการศึกษา ได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เสมียน กรมประมง กระทรวงเกษตรฯ รับเงินเดือน 450 บาท แต่ทว่ายังมุ่งมั่นที่จะเป็นนักเขียนต่อไป มีผลงานเรื่องสั้นลงตีพิมพ์ในนิตยสาร 'ศรีสัปดาห์' และทยอยลงตีพิมพ์ออกมาเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอไม่น้อยกว่าร้อยเรื่อง ในขณะที่นวนิยายของเธอก็เริ่มมีออกมา ไม่ว่าจะเป็น หยาดน้ำค้าง, ดอกหญ้า, ดวงตาสวรรค์ ในปี 2545 ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สำหรับนามปากกา 'กฤษณา อโศกสิน' นั้นเริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2501 ด้วยผลงานนวนิยายชื่อว่า 'วิหคที่หลงทาง' ตีพิมพ์ใน 'สตรีสาร' และได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านเป็นอย่างดี เธอเคยกล่าวถึงที่มาของนามนี้ว่า "ชื่อนี้นี่ประหลาด มันแว่บขึ้นมาในสมอง ในขณะที่นั่งคิดว่าจะใช้นามปากกาอะไร...เกิดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แปลออกมาได้ความว่า ไม้หอม ทรัพย์ที่ปราศจากทุกข์..." นามปากกานี้สร้างผลงานออกมาอย่างมากมาย เช่น น้ำผึ้งขม, ระฆังวงเดือน, ชลธีพิศวาส และอีกมากมายกว่าหนึ่งร้อยเรื่อง รวมทั้ง 'ปูนปิดทอง' ที่ทำให้เธอกลายเป็นนักเขียนรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมอาเซียน (ซีไรท์) ผลงานของกฤษณา อโศกสิน ได้รับการชื่นชมว่าเป็นงานเขียนกระเทาะเปลือกสังคมได้อย่างสะใจ ไม่ว่าจะเป็น ลานลูกไม้, ไฟทะเล, เสื้อสีฝุ่น, รอบรวงข้าว, เรือมนุษย์, ลมที่เปลี่ยนทาง, ฝันหลงฤดู, บุษบกใบไม้ ฯลฯ
ระหว่าง พ.ศ. 2510 - 2520 เป็นช่วง 10 ปีนั้นที่ สุกัญญา ชลศึกษ์ ทำงานมาก เขียนหลายแห่ง ส่วนมากเป็นรายสัปดาห์เช่น แม่ศรีเรือน, นพเก้า, ศรีสยาม, ดวงดาว เป็นรายสัปดาห์ทั้งนั้น เขียนวันละหนึ่งเรื่อง วันละหนึ่งตอนต่อหนึ่งเรื่อง
สุกัญญา ชลศึกษ์ ทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนกระทั่งบางวันอาจจะเขียนจนถึง 6 โมงเย็นจึงจะเลิกงาน พอขึ้นข้างบนแล้วก็ต้องทำงานต่อ แต่จะเป็นงานตรวจต้นฉบับ
มีผลงานหลายเรื่องนำไปสร้างละครและภาพยนตร์มากมาย เช่น "เรือมนุษย์" "ดวงตาสวรรค์" ฝันกลางฤดุฝน" "น้ำผึ้งขม" เมียหลวง" "ไฟหนาว" "เสื้อสีฝุ่น" "ข้ามสีทันดร" "หน้าต่างบานแรก" "คาวน้ำค้าง" "เนื้อนาง" "ลายหงส์" "ปีกทอง" และก็เรื่อง "ปูนปิดทอง" "ห้องที่จัดไม่เสร็จ"